ข้อสอบปลายภาค
1. คำว่า
จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย
ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ จรรยาบรรณ หมายถึง
หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก
เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ
จริยธรรม หมายถึง คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ
โดยมีพื้นฐานมาจากกฎหมายหรือศีล หรือจากประเพณีวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม
ค่านิยม หมายถึง
สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปราถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง
เช่น ความยากจน สิ่งมีคุณค่า น่าปราถนา
หรือนำความสุขมาให้มีทั้งเป็นวัตถุและไม่เป็นวัตถุ
จารีตประเพณี หมายถึง
การปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้ การสืบทอด หรือส่งต่อความคิด กฎระเบียบ
และธรรมเนียมการปฏิบัติ
กฎหมาย หมายถึง
คำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุด
หรือรัฏฐาธิปัตย์เป็นผู้บัญญัติขึ้นผู้ใดฝ่าฝืน มีสภาพบังคับ
สรุปได้ว่า คำว่า จรรยาบรรณ
จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี
กฎหมาย เหมือนกันคือ
สิ่งที่ทุกคนนั้นต้องยึดถือและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร
หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้
สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ ปัจจุบันนี้ในชีวิตประจำวันของเรา
ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็จะต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอดเวลา เช่น
เมื่อมีคนเกิดก็ต้องแจ้งเกิด ต้องตั้งชื่อ ต้องเข้าโรงเรียน อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ก็ต้องไปทำบัตรประจำตัวประชาชน นักเรียนที่อายุย่างเข้าปีที่ 18
ต้องไปลงบัญชีทหารกองเกิน การสมรสอยู่กินเป็นครอบครัว การกู้ยืมเงิน ซื้อขาย การทำสัญญาต่าง ๆ
เหล่านี้ล้วนต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งสิ้น
หากไม่มีกฎหมาย
มนุษย์ซึ่งมักจะชอบทำอะไรตามใจตนเอง
ถ้าต่างตนต่างทำตามใจและการกระทำนั้นทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็จะเกิดปัญหา
ความขัดแย้ง มีการล้างแค้นได้โต้ตอบกันไปโต้ตอบกันมาไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะไม่มีกฎหมายเข้าไปจัดการให้ความเป็นธรรม
ในที่สุดสังคมนั้นประเทศนั้นก็จะล่มสลายไม่สามารถดำรงอยู่ได้
ในสังคมของมนุษย์นั้นมีสมาชิกจำนวนมากมายแตกต่างกัน ทั้งด้านความคิดเห็นและพฤติกรรมต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบหรือกติการ่วมกัน เพื่อควบคุมวามประพฤติของมนุษย์
และช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคมไม่ให้เกิดความวุ่นวาย กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ใช้ได้ผลมากที่สุด ในการควบคุมความประพฤติของมนุษย์
ดังนั้นสังคมมนุษย์ทุกสังคมจึงจำเป็นต้องมีกฎหมาย
เป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีสังคมที่นั่นมีกฎหมาย”
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา
มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ
ในหมวด 4
ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา จะกล่าวถึงหลักการสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนการสอน
(มาตรา 22) ซึ่งรวมถึงจุดมุ่งหมายและสาระเนื้อหาของหลักสูตร
(มาตรา 23 และ 27) กระบวนการจัดการ (มาตรา 24)
และการประเมินผล (มาตรา 25) องค์กรที่จัดทำหลักสูตร
(มาตรา 26) และเงื่อนไขของความสำเร็จอื่นๆ
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 22 ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่า ต้องยึดหลักนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอนเพราะอาจจะสร้างปัญหาเชิงกฎหมายในการบังคับใช้
และการตีความ นอกจากนั้นในปรัชญาการเรียนการสอนควรหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสุดโด่งที่แยกขั้วระหว่างการเรียนของนักเรียนและการสอนของครูมาตรา
22 จึงกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ไว้โดย
"ถือว่าผู้เรียนม่ความสำคัญที่สุด"
มาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้
คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม
ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก
รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา
ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา
เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา 23
กล่าวถึงเนื้อหาสาระหรือทิศทางของเนื้อหาสาระของหลักสูตรโดยทั่วไปแต่อาจจะเน้นมาทางหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานมากหน่อย
โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มการเรียนรู้เป็น 5 กลุ่ม
ตามวรรคหนึ่งถึงวรรคห้าของมาตรา 23
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้
ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์
และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้
คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ
อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม
สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้
รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้
ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา
มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย
เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ
ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน
ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน
การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
มาตรา 27 ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย
ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ
รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ต้องมีลักษณะหลากหลายทั้งนี้
ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ
ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ
ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา
นอกจากคุณลักษระในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว
ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
มาตรา 28 กล่าวถึงหลักสูตรระดับต่างๆ ต้องมีลักษณะหลากหลายตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีความสมดุลตามวรรคสอง และหลักสูตรอุดมศึกษา ต้องมีลักษณะตามวรรคสาม
มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว
ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม
มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
และรู้จัดเลือกสรรภูมิปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา 30
ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ
นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาหตุอย่างไร
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ วิเคราะห์จากสภาพการณ์อาจมีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ คือ
1. ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ในหมู่ประชาชน
โดยรัฐบาลระบอบทักษิณได้ปลุกระดมให้ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเผชิญหน้ากับกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาล
ทำให้ประชาชนที่มาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลด้วยความสงบถูกกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลใช้อาวุธสงครามเช่นระเบิดเอ็ม
79 ทำร้ายเสียชีวิตถึง 23 คน
และได้รับบาดเจ็บเกือบ 800 คน รวมทั้งมีผู้ที่พิการอีกด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังตรวจพบว่าฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลได้จัดเตรียมอาวุธร้ายแรงจำนวนมากเพื่อใช้ก่อความไม่สงบในการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลด้วยสันติวิธี
หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชาติอย่างใหญ่หลวง
2. ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการขายข้าวให้รัฐบาลแต่ไม่ได้รับเงินมาเป็นเวลานานเป็นเหตุให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตายถึงสิบกว่าคน
และรัฐบาลก็รู้ดีว่าการอยู่ต่อไปของรัฐบาลจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้เพราะรัฐบาลรักษาการณ์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกู้เงินมาจ่ายให้ชาวนาได้
แต่รัฐบาลมิได้สนใจความเดือดร้อนของชาวนาแต่อย่างใด
คงมุ่งที่จะรักษาอำนาจของรัฐบาลไว้ให้มั่นคงเท่านั้น ซึ่งผิดวิสัยของรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
3. การทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล และนักการเมือง
โดยเฉพาะจากโครงการรับจำนำข้าวที่ปปช.ได้ชี้มูลความผิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์
นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง
ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายที่กระทรวงการคลังแถลงไว้มากกว่าห้าแสนล้านบาท ไม่รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตลาดการค้าข้าวของไทยที่จะได้รับผลกระทบไปอีกหลายปี
ถ้ารัฐบาลระบอบทักษิณมีอำนาจต่อไปก็จะใช้อำนาจปกปิดความผิดและกระทำการทุจริตต่อไป
ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายมากยิ่งขึ้น
การเข้าใช้กำลังเข้ายึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล
โดยที่ระบอบการปกครองยังคงเป็นไปตามเดิม
คือความเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ซึ่งแตกต่างจากการทำปฏิวัติที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศอย่างสิ้นเชิง
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น
หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ
และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น
องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ
เห็นด้วยเพราะ สภาพการณ์ทางด้านระบบบริหารและการจัดการจะเปลี่ยนไปมาก ตัวอย่างเช่น
มีการกระจายอำนาจทั้งในด้านบริหารและด้านวิชาการลงสู่ระดับพื้นที่ โดยชุมชน
ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้ามามีบทบาทในการบริหารและการจัดการศึกษาในพื้นที่ของตนอย่างมาก ประชาชนจะเข้ามามีส่วนในการร่วมคิด
ร่วมวางแผน ร่วมทำ
และร่วมติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาในท้องถิ่น ในส่วนของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน จะต้องมีลักษณะที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่หลากหลาย
มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความแตกต่างของท้องถิ่น
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจากสภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคมที่เป็นจริงโดยเน้นการปฏิบัติ การปฏิรูปการศึกษาอยู่ที่การปฏิรูปคุณภาพ
คือจะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโรงเรียน
ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จได้ก็ต้องทำให้โรงเรียน ครู และผู้บริหาร
มีอิสระในการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ
โดยความร่วมมือของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียทุกภาคส่วน
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิืชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้
ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ ทำให้รู้ว่าเราต้องจัดการศึกษาอย่างไรให้สอดคล้องกับการศึกษาในปัจจุบัน ได้รู้ว่าต้องประพฤติตนอย่างไรให้เหมะสม
เพราะเมื่อเรานั้นรู้กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษานั้น
ทำให้เราประพฤติและปฏิบัติถูกต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ทำผิดต่อกฎหมาย
เพราะเรารู้ว่าเมื่อทำผิดกฎหมายนั้นจะมีบทลงโทษอย่างไร เป็นการระวังตัวเองไม่ให้ทำผิดกฏหมาย
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร
มีหลักการประกันอย่างไร
ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
(ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ
การประกันคุณภาพ หมายถึง
วิธีบริหารจัดการเพื่อเป็นหลักประกันหรือสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการหรือการดำเนินงานจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพตรงตามที่กำหนด
การประกันคุณภาพการศึกษามีหลักการดังนี้
-
สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
-
การป้องกันปัญหา
ต้องมีการวางแผนและการเตรียมการ
-
ตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
-
การดำเนินการสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
-
การดำเนินการเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
-
การสร้างความรู้ทักษะ และความมั่นใจ
ให้บุคลากรในสถานศึกษา
-
การประชาสัมพันธ์ในองกรค์และบุคคลกรในพื้นที่
-
การเน้นภาวะผู้นำบริหาร
หน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่า การประกันคุณภาพภายใน เป็นการตรวจสอบ การควบคุม
การติดตาม
ประเมินผลคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายใน ผลจากการตรวจสอบคุณภาพภายในคือ มีการวางระบบงานที่มีระบบ และกลไกที่ชัดเจน
มีการดำเนินงานรวมทั้งมีการพัฒนาฐานข้อมูลในด้านต่างๆ
หน่วยงานของลงมือทำเองเรียกว่า การประกันคุณภาพภายนอก เป็นการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม
การตรวจสอบ
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาซึ่งกระทำโดยหน่วยงานภานนอก หรือผู้ประเมินภายนอก
เพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
8ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ ในการจัดการศึกษานั้นทำให้รู้ว่าเรานั้นจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับกฎหมายอย่างไร
เพื่อให้นักเรียนนั้นได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่กฎหมายนั้นได้กำหนดไว้
ในส่วนของชุมชนนั้นเราต้องรู้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนั้นมีอะไรบ้าง จะได้ประพฤติตนและปฏิบัติตัวถูก และการดูแลนักเรียนนั้นหากเราไม่รู้กฎหมาย เราอาจปฏิบัติต่อนักเรียนในทางที่ผิดกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายถือมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้เรานั้นรู้ทันและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง
ไม่เสียเปรียบผู้อื่น และป็นการระมัดระวังตนเองด้วย
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่
ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ
มีประโยชน์ เพราะทำให้เรานั้นรู้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษานั้นมีอะไรบ้าง หากทำผิดมีบทลงโทษอย่างไร
ทำให้เราไม่ทำผิดกฎหมาย
หากเราไม่ได้เรียนวิชานี้ไปก่อนเวลาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เราอาจประพฤติตนไม่เหมาะสม และผิดกฎหมายได้ ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวเรา และเกิดความเดือดร้อนตามมามากมาย
เพราะฉะนั้นการเรียนวิชากฎหมายถือมีความสำคัญอย่างมาก ก่อนอออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เพราะจะทำให้เราระมัดระวังและไม่ทำผิดต่อกฎหมาย
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเว็บบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา
นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา.
ตอบ
มีประโยชน์
เพราะเป็นการสอนที่เน้นให้ผู้เรานั้นรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ เป็นการสอนที่ทันสมัย
เพราะปัจจุบันนี้เทคโนโลยีถือว่าเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตเป็นอย่างมาก
ไม่ทางตรงก็ทาอ้อม การสอนโดยใช้เว็บบล็อกถือว่าเป็นการใช้นักศึกษาได้เรียนรู้โดยการใช้เทคโนโลยี
ทำให้ก้าวทันเทคโนโลยีและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
และการสอนโดยใช้เว็บบล็อกนี้เป็นการสอนที่รวดเร็วและใช้ง่าย สะดวกต่อการเรียนรู้ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง สืบค้นความรู้ด้วยตนเอง เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง